หน้าแรก     เกี่ยวกับเรา     สินค้า     วิธีการชําระเงิน     บริษัทขนส่งไปลูกค้า     เว็บบอร์ด     บทความ     ติดต่อเรา  
เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก    ภาษาไทย
ค้นหา:
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 05/12/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 21/04/2559
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 64


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (64)
 กลุ่มข้าวโพด
กลุ่มมันสำปะหลัง
กลุ่มกากถั่วเหลือง
กลุ่มกากเบียร์
กลุ่มกากปาล์ม
กลุ่มปลายข้าว
กลุ่มรำละเอียด
กลุ่มแร่ธาตุ
 พรีมิกซ์
กลุ่มสินค้าTTS
==================
 ปลาป่น
ปลาทูน่าป่น(Fish Meal)
รำสกัด
 เนื้อไก่ป่น
รำข้าวสาลี
 หมูป่น
กากซีอิ้ว
กากถั่วเขียวป่น
กากทานตะวัน
กากมะพร้าว
กระถินป่น
กากองุ่น
กากงาดำ
==================
ยาสัตว์
==================
 อาหารสำเร็จรูปหมู
 อาหารสำเร็จรูปสุนัข
 จักรเย็บกระสอบ
อาหารข้นวัว
 ผู้เลี้ยงหนอน
==================
กระดูกหมูป่น
 ใบมีดตัดปากไก่
อาหารสำเร็จรูปไก่ สุกร ยี่ห้อเซนทราโก


กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

เว็บลิงค์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
โพสต์ทูเดย์
มติชน
ข่าวสด
คมชัดลึก
ประชาชาติธุรกิจ
ฐานเศรษฐกิจ
เส้นทางเศรษฐกิจ
แนวหน้า
สยามรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
เนชั่นแชนแนล
สยามธุรกิจ
บ้านเมือง
กระแสหุ้น
เทเลคอมเจอร์นัล
เนชั่นสุดสัปดาห์
ผู้จัดการรายเดือน
มติชนสุดสัปดาห์
ทีวีช่อง 3
ทีวีช่อง 5
ทีวีช่อง 7
ทีวีช่อง 9

POLL








  
***ร่วมงานกับเรา (ขอแค่สู้งานเป็นพอ)***
มีกะบะบรรทุกได้ 2.5 ตัน - 3 ตัน รับงานวิ่งรถจากนครปฐม 
ถึงพุทธมณฑล 1,000 บาทต่อครั้ง 
มาคุยกันกับผมชัย 0891346108 หรือทัก line id:jfkfeed 
********************************************************************************************

 ปกติ เปิด จันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 7:00 น. - 17:00 น.
                      เสาร์  เปิดถึงเที่ยง                
  ปิด   อาทิตย์
   ถ้ามาหลังเวลาดังกล่าว โปรดโทรแจ้งด้วย จะรอ         
    ***JFK ขายวัตถุดิบเป็นรายลูก ไม่ได้แบ่งขายครับ***
   
  JFK จะส่งวัตถุดิบไปบริษัทขนส่ง ภายใน 5 วันทำการหลังได้รับชำระเงิน
  กรุณาซื้อและชำระเงินวัตถุดิบก่อน เพื่อจะได้ส่งของได้เร็วขึ้น
* เวบนี้ไม่สามารถซื้อวัตถุดิบผ่านระบบตระกร้าสินค้า(E-Commerce)ได้
 เวบนี้เพียงโฆษณา สามารถซื้อปลีก(ซื้อทั้งลูก) ได้ที่ อ.เมือง นครปฐม สอบถามได้ที่ 
ID Line : 0812073599 หรือ jfkfeed
 

   
       
  • ถ้าไม่แน่ใจในคุณภาพสินค้า ทางร้านยินดีส่งตัวอย่างวัตถุดิบ

    พร้อมทั้งใบตรวจสอบคุณภาพที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยลูกค้า

    แจ้ง ชื่อ ที่อยู่ มายัง
    supachai6108@gmail.com หรือ โทร สุวมล 081-207-3599 ศุภชัย 089-134-6108

  • ทางร้านส่งบริษัทรับจ้างขนส่ง ดังรายนามจังหวัด อาทิ   

    ชลบุรี สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ บุรีรัมย์  สุรินทร์ ศรีสะเกษ

    แม่สอด เชียงราย  พะเยา เชียงใหม่  ลำพูน ลำปาง  อุดรธานี

    หนองคาย  ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ชัยภูมิ นครศรีธรรมราช

    อุตรดิตถ์ พิษณุโลก  นครพนม ฯลฯ คลิกดูเพิ่มเติม


  • ข้างล่าง หน่วย บาท ต่อ กิโลกรัม

บทความ
การทำอาหารปลาจมน้ำ,ลอยน้ำ โดยใช้มันสำปะหลัง (อ่าน 23882/ตอบ 0)

กรรมวิธีการผลิตอาหารปลาโดยใช้มันสำปะหลัง

 

สัตว์น้ำเป็นสัตว์ที่กินอาหารในน้ำ เพราะฉะนั้นการให้อาหารสัตว์น้ำจึงจำเป็นที่จะต้องทำอาหารให้เป็นเม็ด โดยจะเป็นเม็ดอาหารจมน้ำ หรือเม็ดอาหารลอยน้ำ หรือจะปั้นเป็นก้อนก็ได้ เพื่อให้สัตว์น้ำสามารถกินวัตถุดิบอาหารทุกชนิดในสูตรอาหารได้ครบถ้วนพร้อมกัน แต่อาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำต้องมีความคงทนในน้ำได้ดี เม็ดหรือก้อนอาหารไม่ยุ่ยหรือไม่แตกง่าย อาหารต้องอยู่ในสภาพที่เป็นอาหารผสม ไม่แตกตัวจนกว่าสัตว์น้ำจะกินอาหารหมด นอกจากนี้สัตว์น้ำเป็นสัตว์ที่มีทางเดินอาหารสั้นเมื่อเทียบกับสัตว์บก ทั้งนี้อาจเนื่องจากอาหารสัตว์น้ำในธรรมชาติทั้งอาหารที่เป็นพืชและแพลงค์ตอนต่างๆ รวมทั้งอาหารจากสัตว์ เช่น สัตว์น้ำขนาดเล็ก ลูกสัตว์วัยอ่อน มีการย่อยได้ง่าย จึงทำให้สัตว์น้ำโดยทั่วไปมีระบบทางเดินอาหารสั้นและกิจกรรมน้ำย่อยแป้งต่ำ แต่ในการเลี้ยงสัตว์น้ำเชิงอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีการเสริมอาหารให้กับสัตว์น้ำ โดยวัตถุดิบอาหารส่วนใหญ่เป็นพืชจากบนบกและมีการย่อยได้ของแป้งยากกว่าแป้งจากพืชน้ำ ดังนั้นในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์น้ำจึงจำเป็นต้องทำให้แป้งในอาหารสุกมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ก่อนนำไปเลี้ยงสัตว์น้ำ ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยทำให้แป้งจากวัตุดิบอาหารบนบกสามารถย่อยได้ดีโดยสัตว์น้ำนั่นเอง

                หลักในการผลิตอาหารสัตว์น้ำให้มีลักษณะดังกล่าวข้างต้น ต้องประกอบไปด้วยกระบวนการต่างๆ ดังนี้ คือ

1.       การบดวัตถุดิบอาหารให้มีความละเอียด

2.       การผสมอาหารแต่ละชนิดในสูตรอาหารให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

3.       การทำอาหารที่ผสมแล้วเป็นอาหารปั้นหรือก้อน การทำเป็นอาหารเม็ดแบบจมน้ำ หรืออาหารเม็ดลอยน้ำ

ในกระบวนการผลิตอาหารข้างต้น โดยเฉพาะกระบวนการอัดเม็ดจะมีความร้อนเกิดขึ้น ความร้อนดังกล่าวจะต้องช่วยทำให้แป้งในอาหารสุกมากพอที่จะทำให้สัตว์น้ำสามารถย่อยและใช้ประโยชน์ได้ดี แต่ถ้ากระบวนการอัดเม็ดหรือปั้นก้อนไม่สามารถทำให้เกิดความร้อนได้เพียงพอจนแป้งสุก ผู้ผลิตอาหารจะต้องใช้วิธีทำให้แป้งในวัตถุดิบอาหารสุกก่อนมาอัดเม็ดอาหาร เช่น ใช้วิธีต้มวัตถุดิบอาหารที่เป็นแป้งให้สุกก่อน หรืออาจเลือกใช้วัตถุดิบอาหารที่สุกแล้ว เช่น เศษหมื่ เศษก๋วยเตี๋ยว เศษข้าวสุก แป้งข้าวโพดหรือแป้งปลายข้าวเอ็กทรูด ฯลฯ เป็นอาหารสัตว์น้ำ เป็นต้น

1.     การบดละเอียดวัตถุดิบอาหาร

การบดละเอียด ได้แก่ การทำให้วัตถุดิบอาหารมีขนาดชิ้นเล็กลง ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยให้วัตถุดิบอาหารชนิดต่างๆ มีการผสมเข้ากันได้ดี ส่วนผสมมีความคงทนไม่เกิดการแยกชั้น นอกจากนี้ชิ้นอาหารที่มีขนาดเล็กจะดูดน้ำได้เร็ว ทำให้เมื่ออาหารได้รับความร้อนในระหว่างกระบวนการผลิตอาหาร หรือในกระบวนการอัดเม็ด แป้งจะสุกได้เร็วและทั่วถึงทั้งหมด การบดวัตถุดิบอาหารให้ละเอียดจึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์น้ำ โดยทั่วไปการผลิตอาหารปลาจะบดวัตถุดิบอาหารให้มีความละเอียด 350 ไมครอน (90% ของอาหารบดระเอียดผ่านรูตระแกรงขนาด 0.35 มม.) ในขณะที่การผลิตอาหารกุ้งทะเลจะบดวัตถุดิบอาหารให้มีความละเอียดไม่น้อยกว่า 250 ไมครอน(90% ของวัตถุดิบอาหารบดละเอียดผ่านรูตระแกรงขนาด 0.25 มม.) จึงจะทำให้แป้งในอาหารสุกดีเมื่อผ่านกระบวนการอัดเม็ด อาหารต้องมีความคงทนในน้ำดี สัตว์น้ำสามารถย่อยได้ดี สำหรับเครื่องบดอาหารที่ใช้ในการบดละเอียดอาหารสัตว์น้ำที่นิยมใช้กันทั่วไป ได้แก่

1.1   เครื่องบดแบบแฮมเมอร์มิลล์ ควรบดด้วยตระแกรงบดขนาดรูตระแกรง 1.0 มม. เป็นจำนวนอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อให้ได้ความละเอียด 350 ไมครอน และทำการบดจำนวนอย่างน้อย 3-4 ครั้ง เพื่อให้ได้ความละเอียดของวัตถุดิบอาหาร 250 ไมครอน

1.2   เครื่องบดแบบพินมิลล์ ควรบดด้วยตระแกรงบดขนาดรูตระแกรง 1.0 มม. เป็นจำนวนอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อให้ได้ความละเอียด 350 ไมครอน และทำการบดจำนวนอย่างน้อย 3-4 ครั้ง เพื่อให้ได้ความละเอียดของวัตถุดิบอาหาร 250 ไมครอน

1.3   เครื่องบดแบบโม่หิน ใช้บดละเอียดวัตถุดิบอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำได้ดีเช่นกัน โดยความละเอียดของการบดละเอียดสามารถปรับได้โดยการปรับระยะความชิดห่างของจานหิน

1.4   เครื่องพลูเวอไรเซอร์ เป็นเครื่องบดละเอียดที่มีประสิทธิภาพสูงมาก โดยปกติ มักใช้บดวัตถุดิบอาหารในการผลิตอาหารสัตว์น้ำในเชิงการค้า

 

เครื่องบดละเอียดชนิดแฮมเมอมิลล์ ชนิดพินมิลล์และชนิดโม่หิน เป็นเครื่องบดวัตถุดิบอาหารที่เกษตรกรนิยมใช้บดวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำในฟาร์มมากที่สุด เพราะมีราคาถูก แม้จะมีกำลังการบดละเอียดต่อชั่วโมงไม่สูง แต่ก็เพียงพอสำหรับการผลิตอาหารสัตว์น้ำใช้เองในฟาร์มของเกษตรกร

2.     เครื่องผสมอาหารสัตว์ที่ใช้กันทั่วไปมี 2 ชนิด คือ

2.1   เครื่องผสมแบบถังตั้ง เป็นเครื่องผสมอาหารที่เหมาะกับวัตถุดิบอาหารที่มีลักษณะแห้ง ความชื้นต่ำ ผสมเข้ากันง่าย เช่น ปลายข้าว ข้าวโพด มันเส้น กากถั่วเหลือง ปลาป่น ฯลฯ เครื่องผสมมีราคาถูกและใช้แรงม้าต่ำ (เครื่องผสมขนาด 1 ตัน ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3-5 แรงม้า) แต่ต้องการระยะเวลาผสมนาน โดยเครื่องผสมถังตั้งแบบเกลียวผสมเดี่ยว ใช้ระยะเวลา 25-30 นาที หลังจากป้อนวัตถุดิบอาหารตัวสุดท้ายเข้าเครื่องแล้ว แต่ถ้าเป็นเครื่องผสมแบบถังตั้งเกียวผสมคู่ จะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที หลังป้อนวัตถุดิบอาหารสัตว์ตัวสุดท้ายเข้าเครื่องแล้ว เครื่องผสมแบบนี้ยังสามารถผสมไขมัน หรือกากน้ำตาลได้ แต่จะต้องมีการคลุกวัตถุดิบอาหารที่เป็นของเหลวหรือวัตถุดิบอาหารที่มีความหนืดกับวัตถุดิบอาหารที่มีลักษณะแห้งก่อนแล้วจึงป้อนเข้าในเครื่องผสมอาหาร ซึ่งจะช่วยให้วัตถุดิบอาหารที่เป็นของเหลวดังกล่าวมีการกระจายตัวดีขึ้น และลดการติดขัดของเครื่องผสมอาหารด้วย อย่างไรก็ตามเครื่องผสมอาหารชนิดนี้ไม่เหมาะกับการผสมวัตถุดิบอาหารที่มีความชื้นสูง เช่น กากมันสำปะหลังสด กากนมถั่วเหลืองสด ปลาสด ฯลฯ หากต้องการใช้วัตถุดิบอาหารสด หรือวัตถุดิบอาหารที่มีความชื้นสูง ควรจะใช้เครื่องผสมถังนอนแบบใบพายจะดีที่สุด

2.1   เครื่องผสมอาหารแบบถังนอนชนิดใบพาย เป็นเครื่องผสมอาหารที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถผสมอาหารให้เข้ากันได้ดีมากและใช้ระยะเวลาในเพียง 4  นาทีเท่านั้น หลังจากป้อนวัตถุดิบอาหารตัวสุดท้ายเข้าไปในเครื่องแล้ว การผสมวัตถุดิบอาหารที่มีลักษณะหนืด เช่น ไขมัน หรือน้ำมันจากทั้งพืชและสัตว์ที่ใช้ผสมอาหาร รวมทั้งการผสมน้ำลงในอาหารก่อนการอัดเม็ดก็สามารถใส่วัตถุดิบอาหารเหล่านั้นลงไปในเครื่องได้โดยตรง ไม่ต้องคลุกหรือผสมกับวัตถุดิบอาหารแห้งก่อน จึงทำให้สะดวกในการใช้งานมาก นอกจากนี้เครื่องผสมดังกล่าวยังสามารถใช้ผสมวัตถุดิบอาหารที่มีลักษณะเปียก เช่น กากมันสำปะหลัง กากนมถั่วเหลือง ปลาสด หรือไส้ไก่สดได้ดี โดยไม่ต้องผสมกับวัตถุดิบอาหารที่มีลักษณะแห้งก่อน ส่วนเครื่องผสมอาหารแบบถังนอนชนิดเกลียวริบบอนเป็นเครื่องผสมอาหารแบบถังนอนอีกชนิดหนึ่ง แต่ไม่เหมาะที่จะใช้ในการผสมอาหารสัตว์น้ำที่มีการใช้วัตถุดิบอาหารที่มีลักษณะหนืดมาก เครื่องผสมอาหารดังกล่าวจะเหมาะกับการผสมวัตถุดิบอาหารที่มีลักษณะแห้ง เช่น สูตรอาหารสุกรและสัตว์ปีกมากกว่า

2.3   เครื่องผสมคอนกรีต เป็นเครื่องผสมที่สามารถประยุกต์ใช้เป็นเครื่องผสมอาหารสัตว์น้ำได้เช่นเดียวกัน โดยสามารถผสมได้ทั้งวัตถุดิบอาหารที่มีลักษณะแห้ง และวัตถุดิบอาหารที่มีลักษณะเปียก หรือหนืด รวมทั้งสามารถผสมน้ำลงในอาหารได้เช่นเดียวกันเพียงแต่เครื่องผสมคอนกรีตที่ใช้โดยทั่วไปจะมีถังผสมขนาดเล็ก อีกทั้งขณะผสมต้องเอียงถังผสม จึงทำให้ผสมอาหารในแต่ละครั้งได้น้อย แต่อย่างไรก็ตามเครื่องผสมคอนกรีตถือว่าเป็นเครื่องผสมที่มีราคาถูกและหาง่ายที่สุด

3.     การทำอาหารปั้นก้อน และการอัดเม็ดอาหาร

3.1   การทำอาหารปั้นก้อน ได้แก่ การทำอาหารเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยการปั้นอาหารที่มีความชื้นสูงเป็นก้อนที่มีความเหนียว อาหารไม่ละลายน้ำ แล้ววางก้อนอาหารใต้น้ำเพื่อให้สัตว์น้ำมาตอดกินอาหารจนหมด

อาหารปั้นก้อนเกิดจากการนำอาหารแห้งที่ผสมเสร็จเรียบร้อยแล้วมาคลุกหรือผสมกับน้ำให้มีความชื้นประมาณ 50% จากนั้นจึงทำการนวดและขยี้อาหารเพื่อให้แป้งในอาหารเกิดลักษณะเหนียวเป็นก้อน ไม่ละลายน้ำแล้วจึงนำไปวางใต้น้ำเพื่อให้สัตว์น้ำ เช่น ปลามาตอดกินอาหารดังกล่าว การนวดอาหารหากใช้แรงงานคนจะเสียเวลาและทำได้ช้ามาก อีกทั้งต้องการแรงงานมาก ในเชิงปฎิบัติอาจใช้เครื่องบดแบบมินเซอร์(เครื่องบดเนื้อ) ซึ่งมีขายตามท้องตลาดทั่วไปมาช่วยเพราะภายในเครื่องบดแบบมินเซอร์มีเกลียวสกรูที่สามารถนวดอาหารที่อยู่ในเครื่องจนแป้งเกิดการสุก(Gelatinization) สัตว์น้ำสามารถย่อยและใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น อีกทั้งเนื้อแป้งมีการแปรสภาพให้มีความหนืดมากขึ้น ทำให้สามารถคงทนในน้ำได้ดี สัตว์น้ำสามารถกินอาหารได้หมด น้ำในบ่อเลี้ยงจะไม่เน่าเสีย แต่การใช้เครื่องมินเซอร์นวดอาหารเพียงตัวเดียวอาจจะไม่ก่อให้เกิดการสุกและความเหนียวของแป้งอย่างเพียงพอ ในเชิงปฎิบัติกระบวนการผลิตอาหารปั้นก้อนมักจะมีการทำให้อาหารไหลผ่านเครื่องบดแบบมินเซอร์หลายตัว(4-5 ตัว) เพื่อให้อาหารถูกนวดจนเป็นอาหารปั้นก้อนที่มีความเหนียวเพียงพอที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำได้

                การทำอาหารสัตว์น้ำแบบปั้นก้อนยังเหมาะกับการใช้วัตถุดิบอาหารเปียกหรืออาหารสดที่มีความชื้นสูง เช่น กากมันสำปะหลังสด กากนมถั่วเหลืองสด ปลาสด ไส้ไก่สด ฯลฯ โดยการนำวัตถุดิบอาหารเหล่านี้มาผสมกับวัตถุดิบอาหารแห้ง เช่น กากถั่วเหลือง มันเส้นบด ฯลฯ  รวมทั้งพรีมิกซ์ หัวไวตามิน-แร่ธาตุ ทั้งนี้เพื่อเป็นการปรับโภชนะต่างๆ ในอาหารให้เพียงพอแก่ความต้องการของสัตว์น้ำ ในขณะที่อาหารเมื่อผสมเสร็จแล้วจะมีความประมาณ 50% จากนั้นจึงทำการแปรรูปอาหารผสมดังกล่าวเป็นอาหารปั้นก้อนเพื่อการใช้เลี้ยงสัตว์น้ำได้เลย ขั้นตอนการผลิตอาหารปั้นก้อนได้

 

ข้อดีของการผลิตอาหารแบบปั้นก้อน

            วิธีการดังกล่าวเหมาะกับการใช้วัตถุดิบอาหารเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีความชื้นสูง หรือวัตถุดิบอาหารเปียก หรืออาหารสด เช่น กากมันสำปะหลังสด กากนมถั่วเหลืองสด ปลาสด ไส้ไก่ ฯลฯ เพราะไม่ต้องทำให้วัตถุดิบอาหารเหล่านั้นแห้งก่อน สามารถใช้ผสมอาหารในสภาพสดๆเปียกๆได้เลย แต่สัตว์น้ำสามารถกินอาหารได้หมด น้ำในบ่อเลี้ยงไม่เน่าเสีย

ข้อด้อยของการผลิตอาหารแบบปั้นก้อน

            อาหารปั้นก้อนต้องทำและใช้งานเลย มื้อต่อมื้อของการเลี้ยงสัตว์น้ำทำให้เปลืองแรงงาน และมีความยุ่งยากในการจัดการเลี้ยงสัตว์น้ำ การเก็บวัตถุดิบอาหารเปียกหรืออาหารสดจะมีความยุ่งยากเพราะเน่าเสียง่าย ในเชิงปฎิบัติมักจะไม่มีการเก็บไว้ใช้นานๆ มักจะซื้อแล้วรีบใช้ให้หมดเลย จึงเป็นการเพิ่มความยุ่งยากในการบริหารและจัดการในการซื้อวัตถุดิบอาหารดังกล่าว หากวัตถุดิบอาหารดังกล่าวเกิดการเน่าเสียก่อนที่ใช้ผสมอาหารก็จะก่อให้เกิดผลเสียต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอย่างมา

การทำอาหารเม็ดจมน้ำ

                                ได้แก่ การผลิตอาหารเม็ดสำหรับสัตว์น้ำที่ทำเป็นอาหารเม็ดแห้ง สามารถเก็บไว้นานขึ้น แต่จมในน้ำขณะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทั่วไปจะใช้เครื่องอัดเม็ดนิ่ม หรือเครื่องบดแบบมินเซอร์ มาดัดแปลงเพื่อใช้ในการทำอาหารเม็ดจมน้ำดังกล่าว โดยมีขั้นตอนกระบวนการผลิตอาหาร ดังนี้ คือ

                                วัตถุดิบอาหารเมื่อทำการบดจนได้ความละเอียดที่ต้องการแล้ว จะต้องทำการชั่งวัตถุดิบอาหารแต่ละชนิดให้ได้ตามสัดส่วนในสูตรอาหาร จากนั้นจึงนำวัตถุดิบอาหารแต่ละชนิดที่ชั่งแล้วมาผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันหรือให้วัตถุดิบอาหารแต่ละชนิดมีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในอาหารนั้น การผสมให้เข้ากันอาจใช้วิธีการผสมด้วยแรงงานคนก็ได้ หรือจะใช้เครื่องผสมก็ได้  เมื่ออาหารสำเร็จที่ผสมเสร็จแล้ว จะทำการผสมน้ำกับน้ำให้มีความชื้นเพิ่มขึ้นเป็น 20-25 เปอร์เซ็นต์ โดยการเติมน้ำอีกประมาณ 12-15 กก. ต่ออาหาร 100 กก.(อาหารมีความชื้นอยู่เดิมประมาณ 10-12 เปอร์เซ็นต์) คลุกน้ำกับอาหารให้เข้ากันดีให้ความชื้นในอาหารมีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยทั่วไปจะใช้เครื่องผสมถังนอนแบบใบพายเป็นตัวช่วยผสม จากนั้นจึงป้อนเข้าเครื่องอัดเม็ดแบบมินเซอร์ ซึ่งเครื่องอัดเม็ดจะรีดอาหารออกมาเป็นเส้นยาว จากนั้นเกษตรกรจึงนำเอาเส้นอาหารไปทำให้แห้งโดยวิธีการใดก็ได้ แต่วิธีที่ง่ายที่สุด คือ การผึ่งแดด ระหว่างการผึ่งแดดต้องการมีเกลี่ยและกลับอาหารบนลานตากเป็นระยะๆ เพื่อให้อาหารแห้งอย่างรวดเร็วและเสมอ การเกลี่ยและกลับอาหารช่วยให้เส้นอาหารหักออกเป็นชิ้นสั้นลงและเหมาะกับการเลี้ยงสัตว์เพื่อมากขึ้น เมื่ออาหารแห้งแล้วควรผึ่งอาหารในที่ร่มเพื่อให้อุณหภูมิลดลง แล้วจึงเก็บใส่ภาชนะบรรจุ เช่น กระสอบ พลาสติก เพื่อให้สัตว์น้ำต่อไป แต่เนื่องจากอาหารสัตว์น้ำมีไขมันสูง อาหารเม็ดที่แห้งแล้วสามารถเก็บสต็อคได้เพียงประมาณ 1 เดือนเท่านั้น หากเก็บนานกว่านี้ อาจมีปัญหาการหืนของไขมันในอาหาร และไม่เหมาะที่จะใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ

                ข้อควรระวัง ในการอัดเม็ดอาหารด้วยเครื่องอัดเม็ดแบบมินเซอร์ คือ ขณะทำการอัดเม็ดอาหาร อุณหภูมิของอาหารต้องเพิ่มสูงขึ้น จนแป้งในอาหารเกิดการสุกและมีลักษณะเหนียวหนืดออกมา ซึ่งการจะเกิดปรากฎการณ์นี้ได้ก็ต่อเมื่อเครื่องต้นกำลังของเครื่องอัดเม็ดต้องสูงพอ โดยปกติแล้วเครื่องอัดเม็ดแบบมินเซอร์ เบอร์ 52 แนะนำให้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 15 แรงม้า แต่ถ้าใช้เครื่องยนต์เป็นต้นกำลัง ควรใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังไม่น้อยกว่า 60 แรงม้า หรือจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลรถยนต์ปิคอัพ ขนาด 80 แรงม้าขึ้นไปก็ได้ เพราะปัจจุบันมีเครื่องยนต์ดังกล่าวที่ใช้แล้ว และยังอยู่ในสภาพใช้งานได้ มีราคาถูกจำหน่ายอยู่ทั่วไป เครื่องอัดเม็ดแบบมินเซอร์ดังกล่าวไม่แนะนำให้ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียวที่ใช้กับรถไถนาเดินตามเพราะเครื่องยนต์ดังกล่าวมีกำลังม้าไม่เพียงพอ ทำให้เกษตรกรต้องเพิ่มความชื้นในอาหารมากขึ้นจึงจะอัดอาหารออกมาได้ แต่อาหารจะไม่ร้อน แป้งไม่สุก การย่อยและการใช้ประโยชน์ในอาหารต่ำ ทำให้การเติบโตของสัตว์น้ำไม่ดีตามไปด้วย การคงทนในน้ำของอาหารไม่ดี เม็ดอาหารแตกตัวในน้ำก่อนสัตว์น้ำกินอาหารหมด ทำให้น้ำในบ่อเลี้ยงเน่าเสียเร็วด้วย

            อย่างไรก็ตาม แม้อาหารที่ผลิตได้จะเป็นอาหารเม็ดจมน้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเครื่องต้นกำลังของเครื่องอัดมีกำลังมากพอ อาหารที่อัดมีความชื้นในระดับที่เหมาะสม(20-25 เปอร์เซ็นต์) อาหารออกมาจะมีอุณหภูมิสูง แป้งสุก และเส้นอาหารที่รีดออกมาจะมีลักษณะพองตัวเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยให้อาหารมีการจมน้ำช้าลง สัตว์น้ำกินอาหารได้หมดก่อนอาหารจะตกถึงพื้นบ่อหรืออาหารที่จมลงไปถึงก้นบ่อแต่อาหารยังมีความคงทนในน้ำได้ดี สัตว์ในบ่อสามารถตามมาเก็บกินได้หมดในระยะเวลาต่อมาการใช้อาหารเม็ดจมน้ำลักษณะนี้ก็สามารถใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำได้ดีเช่นกัน

ข้อดีของการทำอาหารเม็ดจมน้ำโดยใช้เครื่องอัดแบบมินเซอร์

            เครื่องอัดเม็ดดังกล่าวมีราคาถูก แม้จะรวมการใช้เครื่องต้นกำลังที่เป็นเครื่องดีเซลใช้แล้ว ก็ยังมีราคาพอที่เกษตรกรหาสามารถซื้อมาใช้ได้ อาหารเมื่อแห้งแล้วสามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้ไม่เปลืองแรงงานในการผลิตอาหาร อีกทั้งช่วยทำให้การจัดการดูแลในการเลี้ยงสัตว์น้ำง่ายขึ้นด้วย อาหารที่เลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ในรูปอาหารเม็ดมีความคงทนในน้ำดี สัตว์น้ำกินอาหารได้หมด ลดการเน่าเสียของน้ำในบ่อได้มาก ทำให้น้ำในบ่อเลี้ยงมีคุณภาพดีขึ้น ที่สำคัญกระบวนการผลิตอาหารเม็ดจมน้ำดังกล่าวมีราคาถูก ทำให้ต้นทุนการผลิตอาหารมีราคาถูกตามไปด้วย เกษตรกรพอมีกำไรจากการเลี้ยงสัตว์น้ำ

ข้อด้อยของการทำอาหารเม็ดจมน้ำโดยใช้เครื่องอัดแบบมินเซอร์

                อาหารที่ออกมาจากเครื่องอัดเม็ดแบบมินเซอร์ยังต้องการการทำให้แห้งซึ่งโดยทั่วไปจะใช้วิธีการผึ่งแดดเป็นหลัก ซึ่งจะประสบปัญหาในฤดูฝนที่แสงแดดน้อยหรือไม่มีเลยจะกระทำได้ลำบากหรือกระทำไม่ได้เลย อาหารที่แห้งช้าหรือไม่แห้งสนิทจะมีการเจริญของเชื้อราขึ้นได้ง่าย ปัญหาดังกล่าวอาจแก้ไขได้ด้วยการทำเครื่องอบแห้งเม็ดอาหาร แต่ก็มีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น

การทำอาหารเม็ดลอยน้ำ

                ได้แก่การทำอาหารสัตว์น้ำให้มีลักษณะพองตัวทำให้มีความถ่วงจำเพาะต่ำลงและต่ำกว่าน้ำ เมื่อโยนอาหารนั้นลงในน้ำ เม็ดอาหารจะลอยน้ำ ซึ่งจะมีข้อดีคือสามารถควบคุมการให้อาหารสัตว์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาหารที่สัตว์น้ำกินไม่หมดและยังลอยอยู่บนผิวน้ำ ซึ่งเกษตรกรสามารถช้อนทิ้งได้ ทำให้ลดการเน่าเสียของน้ำในบ่อได้ โดยปกติอาหารเม็ดลอยน้ำมักผลิตโดยบริษัทอาหารสัตว์โดยใช้เครื่องเอ็กทรูดเดอร์ที่มีราคาแพงมีกำลังการผลิตสูง(3-5 ตัน/ชั่วโมง) และมีค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงตามไปด้วย ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำแทบไม่มีโอกาสจะทำอาหารเม็ดลอยน้ำที่ฟาร์มโดยใช้เครื่องจักรดังกล่าวได้เลย แต่ปัจจุบันได้มีผู้พัฒนาเครื่องเอ็กทรูดเดอร์ขนาดเล็กผลิตในประเทศไทยที่มีกำลังการผลิตอาหารเม็ดลอยน้ำได้ประมาณ 150-250 กก.ต่อชั่วโมง หรือวันละประมาณ 2,000-3,000 กก. ที่การทำงาน 8 ชั่วโมง ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการใช้ในฟาร์ม อีกทั้งมีราคาถูกอยู่ในวิสัยที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำซื้อมาใช้ผลิตอาหารลอยน้ำใช้เองในฟาร์มได้ ดังนั้นการทำอาหารเม็ดลอยน้ำใช้เองในฟาร์มจึงมีความเป็นไปได้ในปัจจุบัน

เครื่องเอ็กทรูดเดอร์ขนาดเล็ก หรือเครื่องทำอาหารลอยน้ำขนาดเล็ก มีหลักการทำงานคล้ายเครื่องอัดเม็ดแบบมินเซอร์แต่เครื่องอัดเม็ดถูกออกแบบให้มีกระบอกอัดเม็ดยาวขึ้น อีกทั้งเกลียวอัดภายในก็ถูกออกแบบให้สามารถนวดและขยี้อาหารให้เกิดความสุกมากขึ้นทั้งหมดมีผลทำให้ขณะทำการอัดเม็ดอาหารในกระบอกมีความร้อนและความดันเกิดสูงมาก ทำให้อาหารในกระบอกแปรสภาพเป็นของเหลวและน้ำในอาหารจะร้อนจนเดือดเป็นไอ เมื่ออาหารหลุดออกมาจากกระบอกอัดอาหารจะเกิดการพองตัวทันทีและความชื้นก็จะระเหยออกอย่างรวดเร็วด้วยทำให้อาหารแห้งเร็วแม้ยังมิได้ผึ่งแดดก็ตาม

การปฎิบัติการผลิตอาหารเม็ดลอยน้ำก็กระทำคล้ายกับการอัดเม็ดอาหารจมน้ำด้วยเครื่องแบบมินเซอร์ โดยอาหารแห้งที่บดและผสมเรียบร้อยแล้วตามจะต้องมีการเพิ่มความชื้นสูงขึ้นเป็น 20%-25% โดยการเติมน้ำอีกประมาณ 12-15 กก. ต่อ อาหาร 100 กก.(อาหารมีความชื้นอยู่เดิมประมาณ 10-12 เปอร์เซ็นต์)คลุกน้ำกับอาหารให้เข้ากันได้ดีให้ความชื้นในอาหารมีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยทั่วไปจะใช้เครื่องผสมถังนอนแบบใบพายเป็นตัวช่วยผสม จากนั้นจึงทำการป้อนอาหารเข้าเครื่องให้เป็นเส้นอาหารยาวออกมาเช่นเดียวกันแต่อาหารจะมีลักษณะพองตัว โดยตรงปลายกระบอกอัดซึ่งเป็นทางออกของอาหาร จะมีใบมีดหมุนเพื่อเส้นอาหารให้มีขนาดสั้นยาวได้ตามความต้องการได้ ชิ้นอาหารที่สั้นและพองตัวจะมีผลทำให้เม็ดอาหารมีลักษณะกลมเหมือนกับอาหารลอยน้ำที่ผลิตโดยบริษัทอาหารสัตว์ทั่วไป อาหารเม็ดที่ออกมาจากเครื่องจะแห้งอย่างรวดเร็ว เพราะการระเหยของน้ำในเม็ดอาหาร แต่ถ้าใช้พัดลมเป่าเม็ดอาหารช่วยด้วยจะทำให้อาหารนั้นแห้งเร็วขึ้น

 

ข้อดีของการทำอาหารเม็ดลอยน้ำด้วยเครื่องเอ็กทรูดเดอร์ขนาดเล็ก

แป้งในอาหารมีความสุกมากกว่าอาหารปั้นก้อนหรืออาหารเม็ดจมน้ำที่ทำโดยเครื่องอัดแบบมินเซอร์ ทำให้สัตว์น้ำสามารย่อยและใช้ประโยชน์อาหารได้ดีกว่า อาหารที่ผลิตได้มีการลอยน้ำเกือบทั้งหมดทำให้สะดวกในการจัดการให้อาหารสัตว์น้ำ อีกทั้งสามารถซ้อนอาหารที่สัตว์น้ำกินไม่หมดทิ้งได้ ช่วยลดการเน่าเสียของน้ำในบ่อ อาหารที่ออกมาจากเครื่องอัดจะค่อนข้างแห้งเร็ว จึงไม่ค่อยมีปัญหาในการทำให้แห้ง รวมทั้งการทำในช่วงฤดูฝนด้วย ที่สำคัญคือเครื่องเอ็กทรูดเดอร์ดังกล่าวมีราคาค่อนข้างถูก(ประมาณ 150,000-200,000 บาท ที่กำลังการผลิต 150-200 กก./ชั่วโมง) อีกทั้งค่าใช้จ่ายการผลิตต่อหน่วยก็ถูกกว่าเครื่องเอ็กทรูดเดอร์ขนาดใหญ่ จึงทำให้ต้นทุนค่าอาหารลดลงได้มาก ็็

สินค้า/บริการ แนะนํา
รำข้าวสาลี
ราคา 9.80 บ.
กระดูกหมูป่น
ไดแคลเซียมฟอสเฟต (P-14)
ราคา 3.50 บ.
P-16
ราคา 5.50 บ.
ไดแคลเซียมฟอสเฟต(P-18)
ราคา 18.00 บ.
ไบโอฟอส (P-21)
ราคา 21.00 บ.
ไลซีน
ราคา 60.00 บ.
ดีแอลเมไทโอนี
ราคา 220.00 บ.
พริมิกซ์ไก่ โค หมู (สารผสมล่วงหน้า,ACTIVE ELEMENTS)
240/ถุง(2 ก.ก.), ซื้อยกกล่อง ขาย 200 บาท/ถุง(มี 10 ถุง)
พริมิกซ์หมูรุ่น หมูเล็ก ยี่ห้อเวทมิกซ์
1,700 บาทต่อถุง(20 ก.ก.)
ยากันเชื้อรา ยี่ห้อ D.A.T
640 บาท/ถุง(20 กก.)
เวทมิน(VET-MIN)
ราคา 4.00 บ.
จักรเย็บถุง (Portable Filled Bag Closing Machine)
ราคา 5,000.00 บ.
 
บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
ปฏิทินข่าวสาร
แจ้งการชำระเงิน

หน้าแรก  |  เกี่ยวกับเรา  |  สินค้า  |  วิธีการชําระเงิน  |  บริษัทขนส่งไปลูกค้า  |  เว็บบอร์ด  |  บทความ  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- TARAD.com. All Rights Reserved.